แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต นำเข้าจากต่างประเทศ ราคาถูก

แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต
สั่งผลิตตามชาร์ต เลือกความยาวได้ตามต้องการ 7-10 วัน รับสินค้า ไม่มีขั้นต่ำในการสั่ง
Email : WJOBTHAI2010@GMAIL.COM
เบอร์ตรง 091-0805119 ริต้า,082-5201803 เบนซ์ , 091-6130206  เอก , 02-4205613
Online หลังเลิกงาน และวันหยุด (21.00 น) : 091-6130206 , 02-4823886

                                                                                                                                                                                                                                         มีสินค้าเครื่องมือการติดตั้งขายครบวงจร เกี่ยวกับงานอลูมิเนียมคอมโพสิต สินค้าไม่ขาดสต็อก สั่งได้ละมากๆ                                                                                                                                                                                                                                         

      

Online 08.00-21.00 

             091-6130206

02-4205613  Office 

 สถิติวันนี้

72 คน

 สถิติเมื่อวาน

58 คน

 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด

1426 คน
8107 คน
10822 คน

เริ่มเมื่อ 2009-11-27

หมวดให้ความรู้

หมวด โครงสร้างเหล็กอาคาร
หมวด  อลูมิเนียมคอมโพสิต
หมวด ป้ายโครงการสำนักงาน
หมวด  กันสาดโพลีคาร์บอเนต
หมวด  กันสาดหลังคาเมทัลชีท
หมวด  หลังคากันสาดลอนคู่
หมวด  อลูมิเนียมเหล็กดัดมุ้งลวด
หมวด  ความรู้อลูมิเนียมคอมโพสิต
หมวด  ความรู้เรื่องเหล็ก

Lean ก่อสร้าง
การออกแบบโครงสร้างเหล็ก
การคิดงานเหล็ก
ระบบโครงสร้างเหล็ก
พรบผังเมือง
การทาบเหล็ก
มาตรฐานงานคอนกรีตเสริมเหล็ก
การตรวจงานคอนกรีตเสริมเหล็ก
การตรวจความสมบรูณ์เสาเข็ม
การบริหารคน
เคล็ดลับฮวงจุ้ย
สัญญาต่างๆ
เทคนิคการแต่งบ้าน
เทคนิคการเขียนเว็บ

รับเขียนเว็บไชด์
(ตัวอย่างเว็บ)

 

 

 

                 
                 
                 

 

 

 

 

 
การตรวจความสมบูรณ์ของเสาเข็มเจาะทางอ้อมโดยวิธี โซนิก อินเทกกริทีเทสท์ (Sonic Integrity Test) หรือที่รู้จักกันในชื่ออื่นว่า Seismic Test หรือ Echo Test นั้น ได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะสามารถตรวจได้รวดเร็วและราคาไม่แพงแต่มีข้อจำกัดที่ต้องดำเนินการโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่รอบรู้ทั้งงานเสาเข็มและชั้นดินจึงจะวิเคราะห์และแปลคลื่นสัญญาณออกมาได้ถูกต้องน่าเชื่อถือซึ่งในหลายประเทศได้ป้องกันความผิดพลาดโดยการจัดทำข้อกำหนดมาตร ฐานการตรวจสอบและการวิเคราะห์ไว้ ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทยที่มีการใช้เสาเข็มเจาะกันมากประเทศหนึ่งในโลก แต่ยังไม่มีสถาบันทางวิศวกรรมกำหนดหรือควบคุมการตรวจสอบให้การรับรองหรือกำหนดคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบและวิเคราะห์การตรวจสอบโดยวิธีนี้ไว้ทำให้ผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ไม่เพียงพอเสนอตัวเข้ามาทำการ ตรวจสอบและพบว่ารายงานสรุปการตรวจสอบในหลายกรณีโดยผู้มีประสบการณ์ไม่เพียงพอให้ผลไม่สอดคล้องกับสภาพจริง (Features) ของตัวเสาเข็ม บทความนี้จึงได้รวบรวมข้อแนะนำวิธีการวิเคราะห์และการแปลสัญญาณจากแหล่งต่างๆตลอดจนจากประสบการณ์บางส่วนของผู้เขียนเองเพื่อให้ผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบโดยวิธีนี้นำไปใช้พิจารณาประกอบการวิเคราะห์และสรุปผลตามควรแก่กรณี

1.
บทนำ
การตรวจสอบความสมบูรณ์ (Integrity) ของเสาเข็มโดยใช้วิธี Low - Strain Sonic Integrity Testing (LST) ซึ่งเป็นวิธีการตรวจสอบทางอ้อม (Indirect Testing)ได้รับความนิยมแพร่หลายระบบหนึ่งเนื่องจากตรวจได้รวดเร็วและราคาประหยัดแต่การวิเคราะห์ผลต้องอาศัยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ทั้ง เรื่องเสาเข็มและสภาวะของชั้นดินที่อาจมีอิทธิพลต่อคลื่นสัญญาณสะท้อนกลับที่ตรวจจับได้โดย Sensor ที่หัวเสาเข็ม ซึ่งอาจมีสาเหตุทั้งที่เกิดจากสภาพโครงสร้างของเสาเข็มเอง (Structural Conditions) หรือจากสภาพชั้นดิน (Geotechnical Condition) รอบเสาเข็มอยู่ก็ได้ หากการวิเคราะห์กระทำอย่างง่ายๆโดยผู้ที่มีความรู้หรือประสบการณ์ที่จำกัดแล้วการแปลสัญญาณอาจผิดพลาดไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเนื่องจากเสาเข็มเจาะมีราคาต้นละหลายหมื่นถึงหลายแสนบาทผู้เกี่ยวข้องจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบในการว่าจ้างผู้ตรวจสอบโดยไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาเท่านั้น     ในหลายประเทศมีการป้องกันโดยกำหนดมาตรฐานการทดสอบไว้ เช่น AS 2159-1955 Section 8.5[3] , อเมริกามี ASTM D 5882[1] , จีนมี JGJ / T93-95[4] , ฝรั่งเศษมี Norme Francaise NFP94-160-2[7] , สหราชอาณาจักร มี ICE Specification for Piling [5] , เยอรมัน มี German Society for Geotechiques E.V. Dynamic Pile Integrity Tests - Draft[6] เป็นต้น บทความนี้จึงรวบรวมข้อแนะนำจากแหล่งต่างๆร่วมกับประสบการณ์ของผู้เขียนที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเสาเข็มโดยวิธีนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 โดยจะกล่าวถึงตัวแปรต่างๆที่มีอิทธิพลต่อคลื่นสัญญาณที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมในการสรุปผลการตรวจความสมบูรณ์ของเสาเข็มเจาะให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของตัวเข็ม
2.
คำจำกัดความต่างๆที่เกี่ยวกับSonicIntegrityTest Pile Integrity ; คือการประเมินคุณสมบัติทางกายภาพของรูปร่างเสาเข็ม , ความต่อเนื่องของตัวเสาเข็มและคุณภาพของคอนกรีตที่ใช้หล่อตัวเสาเข็มโดยใช้คลื่นสั่นสะเทือน (Stress Wave) วิ่งผ่านคอนกรีตสู่ด้านล่างและจับคลื่นที่สะท้อนกลับมาที่หัวเสาเข็มโดยอุปกรณ์ตรวจจับ (Sensor) ที่ติดตั้งไว้ที่หัวเสาเข็มการสะท้อนกลับของคลื่นสัญญาณที่จับได้อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของชั้นดินได้เช่นกันImpedance , (Z) ; คือพฤติกรรมการตอบสนองของเสาเข็มต่อการเคลื่อนที่ของคลื่นสั่นสะเทือน (Stress Wave) ที่เกิดจากการกระตุ้นทางกลให้กระจายผ่านในวัสดุเสาเข็มเป็นสำคั ญหากคุณสมบัติของวัสดุเสาเข็มมีการเปลี่ยนแปลงค่าอิมพีแด๊นจะเปลื่ยนแปลงไปด้วยและจะมีผลต่อการกระจายหรือการสะท้อนกลับของคลื่นในเสาเข็มที่หน้าตัดและคุณสมบัติของคอนกรีตสม่ำเสมอตลอดทั้งต้นจะมีค่าอินพีแด๊นที่คงที่ไม่เปลี่ยน แปลง ค่า Impedance , (z) สำหรับLowStrainIntegrityTest จะหาได้ตามสมการที่1) Pile Defect ; หมายถึง เสาเข็มที่ก่อสร้างแล้วมีโครงสร้างไม่เป็นตามที่กำหนดไว้หากเกิดขึ้นอย่างเด่นชัด (Major Defect) แล้วอาจกระทบต่อการรับน้ำหนักทั้งระยะสั้นและยาวได้ในเสาเข็มเจาะอาจยอมให้มีความไม่สมบูรณ์ส่วนน้อย (Minor Defect) เกิดได้โดยจะไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงในการรับน้ำหนักที่ออกแบบไว้Turner,[10]
3.
หลักการในการตรวจสอบ
การทดสอบกระทำโดยใช้ฆ้อนขนาดเล็กเคาะคอนกรีตที่หัวเสาเข็มและ จับคลื่นสะท้อนกลับโดย Sensor ที่หัวเสาเข็ม ตามรูปที่ 1 แรงจากค้อนขนาดเล็กที่เคาะ จะก่อให้เกิดคลื่นสั่นสะเทือน (Compressive shock wave) เคลื่อนลงสู่ปลายด้านล่างและ สะท้อนกลับขึ้นสู่หัวเสาเข็มทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วนซึ่ง จะขึ้นอยู่กับค่า Impedance ว่าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงที่ปลายเสาเข็มหรือจาก ตำแหน่งใดๆ ในตัวเสาเข็มหรือไม่ หรือจากสภาพของตัวเสาเข็มเองการที่คลื่น Stress wave เคลื่อนที่ผ่านไปตามวัสดุตัวเสาเข็ม ด้วยอัตราความเร็ว c , ใช้เวลาเข้ากับ t (คิดจากเวลาที่เริ่มเคาะถึงเวลาที่คลื่น สะท้อนกลับถึงหัวเสาเข็ม)ทำให้สามารถหาระยะทางที่คลื่น Stress wave เดินทางได้จากสมการ t = 2L/c หรือ L = c.t /2 โดย L คือระยะทางจากหัวเสาเข็มถึง ระดับที่คลื่นสะท้อนกลับ ถ้าประเมินค่า c ได้ใกล้เคียงและบันทึกเวลา t ไว้ได้ถูกต้องก็จะคำนวณหาความยาวของเสาเข็มหรือระดับที่คลื่นสะท้อนกลับได้ ซึ่งสามารถนำมาเทียบกับข้อมูลที่ก่อสร้างไว้หากการเปรียบเทียบได้ความยาวตรงกันจะทำให้หาระดับที่คลื่นสะท้อนกลับที่จุดใดๆได้ถูกต้องด้วยแต่หากการเปรียบเทียบขัดแย้งกันมากจะต้องทำการตรวจสอบหาสาเหตุที่ทำให้เกิดข้อแตกต่างนี้โดยอาจจะเป็นผลกระทบจากสภาพของเสาเข็มFeature)หรือจากเรื่องอื่นๆเช่นสภาวะชั้นดินเป็นต้น

4.
การเคลื่อนที่ของคลื่นสัญญาณในตัวเสาเข็ม
Low Strain Integrity Test (LST)
คือการตรวจสอบที่ใช้การวิเคราะห์คลื่นสะท้อนกลับขึ้นสู่หัวเสาเข็ม เป็นหลักโดยทั่งไปคลื่นจะสะท้อนกลับจากระดับที่เกิดมีการเปลี่ยนแปลง เช่น คุณสมบัติของวัสดุขนาดของหน้าตัด หรือจากระบบของการยึดเกาะกันของเสาเข็มกับดินโดยรอบ (Pile - Soil System) เสาเข็มแม้จะฝังในชั้นดินที่มีคุณสมบัติสม่ำเสมอเป็นชนิดเดียวกัน (Uniform Homogeneous Soils) แต่การเดินทางของคลื่นลงสู่เบื้องล่างก็ยังมีปัจจัยหรืออิทธิพลเกี่ยวข้องได้อีก คือ (ก) คุณสมบัติของวัสดุเสาเข็มเอง (ข) ความอ่อนหรือแข็ง (Stiffness) ของชั้นดิน (ค)ความไม่สม่ำเสมอของรูปทรงภายนอกหรือคุณสมบัติภายในของเสาเข็ม เป็นต้นเสาเข็มที่มีอิมพีแด๊นสม่ำเสมอไม่เปลี่ยนแปลงแต่ถ้ามีความยาวมา กๆแล้วคลื่นสัญญาณมักไม่มีการสะท้อนกลับมาที่หัวเสาเข็มแต่จะซึมซับหายเข้าไปในชั้นดินส่วนเสาเข็มที่ฝังในชั้นดินที่มีคุณสมบัติไม่สม่ำเสมอ (None Homogeneous Soils) นั้น อิทธิพลของชั้นดินจะมีผลต่อ Stress wave ได้ เช่นชั้นดินเปลี่ยนดินเหนียวอ่อนเป็นดินเหนียวแข็งจะทำให้คลื่นเกิดสะท้อนกลับแต่เพียวบางส่วนหรือทั้งหมดในลักษณะคล้ายกับอิมพีแด๊นของเสาเข็มเกิดการเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงของอิมพีแด๊นจะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทั้งของเสาเข็มและของชั้นดิน ดังนั้นแม้ว่าจะพบการเปลี่ยนแปลงของอิมพีแด๊นแต่ก็ยังสรุปโดยทันทีไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นมีสาเหตุตายตัวมาจากข้อหนึ่งหัวข้อใด เช่น (ก) ขนาดเสาเข็ม (ข) คุณภาพวัสดุเสาเข็ม หรือ (ค)เปลี่ยนแปลงของชั้นดิน แต่ต้องนำมาข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาพิจารณาประกอบอย่างละเอียดก่อนทำการตัดส ินใจสรุป

5.
การแยกหมวดหมู่ของคลื่นสัญญาณทดสอบที่ตรวจจับได้
เนื่องจากอิมพีแด๊นอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นได้จากสาเหตุหลายประการดังนั้นเพื่อให้การวิเคราะห์และแปลความหมายทำได้ง่ายและถูกต้อง มากขึ้น Turner , [10] จึงได้เสนอการจัดหมวดหมู่ของคลื่นสัญญาณสะท้อนกลับที่ตรวจจับได้ที่หัวเสาเข็มไว้เป็น 3 ประเภทคือ

5.1 Type O Signal :
เป็นคลื่นสัญญาณที่ไม่สามารถตรวจจับคลื่น ที่สะท้อนกลับมาจากปลายเสาเข็มได้เนื่องจากคลื่นสัญญาณถูกซึมซับ (Damping Effect) โดยชั้นดินรอบ ๆเสาเข็มจนเจือจางมากทำให้ไม่สามารถสังเกต เห็นได้จากอุปกรณ์ตรวจจับดังนั้นคลื่นสัญญาณที่ตรวจจับได้นี้จะบอกเป็น นัยว่าในระดับความลึกประสิทธิผลที่คลื่นสามารถผ่านลงไปได้นั้น ไม่ปรากฏว่ามีการเปลี่ยนแปลงค่าอิมพีแด๊นของตัวเสาเข็มมากพอ ที่จะสามารถตรวจจับได้จากการทดสอบ แสดงว่าเสาเข็มไม่มีปัญหาและคลื่นสัญญาณชนิดนี้ตาม รูปที่ 2

5.2 Type 1 Signal :
แสดงคลื่นสัญญาณสะท้อนกลับให้เห็น อย่างชัดเจนหนึ่งตำแหน่งแสดงว่าเสาเข็มต้นที่ทดสอบนี้ค่าอิมพีแด๊นมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนอยู่หนึ่งตำแหน่งซึ่ง อาจเป็นที่ตำแหน่งปลายเสาเข็มหรือระดับความลึกอื่นในตัวเสาเข็ม แล้วแต่กรณีโดยไม่ปรากฏว่ามีคลื่นสะท้อนอื่น ๆที่สำคัญให้เห็นในสัญญาณทดสอบอีก (คลื่นสะท้อนอื่น ๆ ที่สำคัญ หมายถึงคลื่นสะท้อนที่มีระดับความเข้มประมาณ 50% ของคลื่นสะท้อนจากปลายเสาเข็ม) สัญญาณ Type 1 Signal ตามรูปที่ 3 นี้ คล้ายกับสัญญาณปกติตามทฤษฎีและสามารถเข้าใจได้ไม่ยาก ในกรณีที่อิมพีแด๊นเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากหรือคอนกรีตตัวเสาเข็ม ขาดความต่อเนื่องคลื่นสัญญาณจะเกิดการสะท้อนกลับซ้ำที่ตำแหน่งเดิม โดยจะแสดงให้เห็นจากคลื่นสัญญาณสะท้อนซ้ำๆเกิดขึ้นเป็นระยะทางเท่าๆกัน ตามรูปที่4แสดงว่าเสาเข็มเกิดปัญหา

5.3 Type 2 Signal :
เป็นสัญญาณที่ประกอบด้วยคลื่นสะท้อนกลับที่สำคัญมากกว่าหนึ่งตำแหน่งและ มีการทับซ้อนกันของคลื่นที่สะท้อนกลับมาจากตำแหน่งที่ต่างกันในตัวเสาเข็ม จนทำให้การแปลความหมายคลื่นสัญญาณเป็นไปด้วยความยุ่งยากมากกว่า Type 0 และ Type 1 การแปลคลื่นสัญญาณแบบนี้จะยุ่งยาก คือการที่สามารถเห็นคลื่นสัญญาณที่สะท้อนกลับ จากตำแหน่งปลายเสาเข็มตามความยาวที่คาดหมายไว้ได้อย่างชัดเจนและยังมีคลื่นสะท้อนกลับจากตำแหน่งอื่นในเสาเข็มที่อิมพีแด๊น เกิดมีการเปลี่ยนแปลงมาให้เห็นด้วย ตามรูปที่ 5 ในบางกรณี คลื่นสัญญาณ Type 2 นี้อาจมีคลื่นสะท้อนหลายตำแหน่งแต่คลื่นดังกล่าวไม่แสดงความชัดเจนใดๆ ให้เห็นเลยก็ได้ คลื่นสัญญาณในลักษณะ Type 2 นี้จะมีสารพัดรูปแบบจนการอธิบายคลื่นสัญญาณ จะกระทำแบบปกติโดยผู้ไม่ชำนาญไม่ได้ Turner [10] ได้แสดงความเห็นไว้ว่าคลื่นสะท้อนกลับ จากปลายเสาเข็มในคลื่นสัญญาณแบบ Type 2 นี้ จะสามารถจำแนกออกได้จากประสบการณ์ และวิจารณญาณของวิศวกรผู้ตรวจสอบที่เชี่ยวชาญเท่านั้นในขณะที่ Amir , [2]
กล่าวว่าให้ระวังผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์ประเภทใช้วาทะศิลป์ (Artistical Approach) ใช้วิธีการแบบหมอดูลายมือ (Palm Readers) คือจะดูแต่รูปสัญญาณโดยไม่สนใจข้อมูลอื่นพิจารณาประกอบซึ่งผู้เชี่ยวชาญกลุ่มนี้จะชอบคลื่น สัญญาณที่ดูยุ่งยากเนื่องจากจะแปลอย่างไรก็ได้ (the more ambiguous the reflectogram , the better.) และ Sliwinski and Fleming , [5] ก็ได้กล่าวไว้ว่างานตรวจสอบโดยวิธีนี้เป็นงานของผู้ที่มีประสบการณ์เท่านั้นไม่ใช่งานที่เหมาะสมกับมือสมัครเล่น (Experience and skill are necessary in the execution and interpretation of all such tests and that it is not a suitable activity for unskilled amateurs.)

6.
ขั้นตอนการวิเคราะห์และแปลความหมายของคลื่นสัญญาณการจะวิเคราะห์และแปลความหมายคลื่นสัญญาณที่ตรวจจับได้ที่ตรวจเสาเข็ม(Reflectogram)ให้ได้ผลที่น่าเชื่อถือและมีความถูกต้องนั้นโดยทั่วไปจะต้องดำเนินการเป็นสองขั้นตอนคือ

-
ขั้นตอนแรกให้คำนวณหาระดับหาความลึกที่อิมพีแด๊นมีการเปลี่ยนแปลงจากคลื่น สัญญาณโดยการวิเคราะห์รูปแบบที่เปลี่ยนแปลงให้เห็นถึงรูปลักษณ์ของเสา เข็ม เช่นเป็นการเพิ่มหรือลดอิมพีแด๊นของตัวเสาเองใช่หรือไม่ (หากใช่ก็แสดงเป็นนัยว่า Structural Impedance Change) ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นการพิจารณาจากคลื่นสัญญาณทดสอบ (Acoustic Interpretation) อย่างเดียวก่อน

-
ขั้นตอนที่สองเป็นการแยกแปลความหมายของรูปลักษณะหรือสภาพของเสาเข็ม (Features) แต่ละรูปแบบจากข้อมูลของการก่อสร้างเสาเข็ม ซึ่งต้องพิจารณาข้อมูลต่างๆทุกชนิดที่เกี่ยวข้องประกอบ เช่น ชั้นดินในหน่วยงาน , ระเบียนการก่อสร้างเสาเข็มโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของระบบเสาเข็ม (เจาะแห้งหรือเจาะเปียก , ความยาวปลอกเหล็กชั่วคราว , ปริมาณคอนกรีตที่ใช้และปัญหาในระหว่างการก่อสร้างเป็นต้น)

หลังจากนั้นจึงตั้งสมมุติฐานตามลักษณะคลื่นสัญญาณว่าการเปลี่ยนแปลงของอิมพีแด๊นเกิดจากอะไร มาจากสาเหตุเดียวหรือจากหลายๆ สาเหตุรวมกันการแปลความหมายของส่วนข้องต้นจะสามารถเห็นความแตกตางระหว่างการรู้อะไรจากผลการวิเคราะห์และอะไรคือการสรุปที่ต้องใช้ข้อมูลมากกว่าที่คลื่นสัญญาณทดสอบจะให้ได้ซึ่งรวมถึงการใช้ขอบเขตวิจารณญาณและประสบการณ์ของผู้แปลสัญญาณด้วยและต้องพึงระลึกเสมอว่าการตรวจสอบด้วยวิธี Low Strain Sonic Integrity Test นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยในการวิเคราะห์สภาพของเสาเข็ม (Pile Features) ไม่ใช่เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่องมือหรือของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญว่าจริงหรือไม่ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องจึงต้องให้ข้อมูลแก่วิศวกรผู้เชี่ยวชาญให้มากที่สุดเท่าที่มีอยู่ เพื่อให้ผลการวิเคราะห์ทำได้ถูกต้องมากที่สุด

7.
การแปลสัญญาณโดยใช้BetaMethod ได้มีผู้ตรวจสอบบางรายนำ Beta - method ที่ใช้ในงานทดสอบ Dynamic Load Test ที่แนะนำโดย Rausche and Goble [8] มาใช้ในการตรวจสอบโดย LST ซึ่งไม่น่าจะถูกต้องเพราะ LST ไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดแรงจากค้อนขนาดเล็กที่หัวเสาเข็มและเครื่องมือไม่สามารถแยกแยะเองได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของอิมพีแด๊นเกิดจากโครงสร้างเปลี่ยนแปลง (Structural Change) , ชั้นดินเปลี่ยนแปลง (Geotechnical Change) หรือจากวิธีการก่อสร้าง (Construction Method) กันแน่เปรียบเช่นการ X - Ray หรือ Ultra Sound ในทางการแพทย์ที่เครื่องระบุไม่ได้ว่าคนไข้เป็นอะไรต้องการให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ฟิล์มร่วมกับประวัติคนไข้ฉันใดการตรวจเสาเข็มวิศวกรผู้เชี่ยวชาญก็ต้องวิเคราะห์คลื่นสัญญาณร่วมกับข้อมูลอื่นของเสาเข็มฉันนั้น โดยธรรมชาติของเสาเข็มเจาะในชั้นดินอ่อนกรุงเทพฯ 15 เมตร บนต้องใช้ปลอกเหล็กชั่วคราวจนทำให้เสาเข็มส่วนบนมีขนาดใหญ่กว่า ปกติเสมอ (รูปที่ 6) หากตรวจโดยระบบ b อาจคิดว่าเสาเข็มมีปัญหาแต่แท้จริงแล้วเสาเข็มมีสภาพสมบูรณ์ตามธรรมชาติของงานเพียงแต่ช่วง 15 เมตรบนมีขนาดใหญ่กว่าแบบซึ่งเห็นได้จากรูปที่ 7 ที่ถ่ายจากงานขุดห้องใต้ดิน 4 ชั้นทำให้มองเห็นหัวเสาเข็มที่อยู่สูงกว่าปลายปลอกเหล็กชั่วคราวเล็กน้อยว่ามีขนาดใหญ่กว่าเสาเข็มที่ระดับต่ำกว่าปลายปลอกเหล็ก

8.
บทสรุป
การตรวจสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มเจาะโดยวิธี โซนิกอินเทกกรีที เทสติ้งเป็นวิธีที่เหมาะสม , ทำให้รวดเร็วและราคาประหยัดแต่ต้องทำการวิเคราะห์และแลคลื่นสัญญาณโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญผู้ที่รู้เรื่องงานเสาเข็มเจาะ และชั้นดินด้วยเท่านั้นจึงจะแปลได้ถูกต้องการแปลโดยระบบ "เบต้า" ต้องใช้อย่างระมัดระวังเพราะเครื่องอาจแปลความหมายผิดพลาดไม่สอดคล้องกับสภาพจริงของตัวเสาเข็มได้ง่ายสถาบันทางวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องควรยกระดับคุณภาพการตรวจสอบโดยจัดทำมาตรฐานการตรวจสอบ ให้เท่าเทียมกับนานาประเทศออกมาสำหรับเป็นคู่มือใช้งาน

 



 

 

ลิขสิทธิ์สิทธิสงวน

 

ดับเบิลยูจ็อบไทย รับเหมางานอลูมิเนียมคอมโพสิต 
ที่ตั้งสำนักงาน:   เลขที่ 342 หมู่6  ตำบลอ้อมน้อย   อำเภอกระทุ่มแบน   จังหวัดสมุมนสาคร  74130
Tel: 02-4205613
  Fax: 02-4207631

                   Online หลังเลิกงาน และวันหยุด (21.00 น)091-6130206 , 02-4823886     Email : wjobthai2010@gmail.com